spot_img

รู้จักกับชุดป้องกันสารเคมี แนะนำวิธีเลือกอย่างไรให้เหมาะสม

ชุดป้องกันสารเคมี

ชุดป้องกันสารเคมี มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของพนักงานที่ต้องจัดการหรืออาจสัมผัสกับวัสดุอันตราย อย่างไรก็ตามการเลือกชุดป้องกันที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยประเภทที่หลากหลาย วัสดุที่แตกต่าง รวมถึงการออกแบบที่หลากหลาย ในหัวข้อนี้ Jorportoday จะมาแนะนำวิธีเลือกชุดป้องกันสารเคมีเบื้องต้น รวมถึงวิธีการดูแลและจัดเก็บให้เหมาะสมครับ

ชุดป้องกันสารเคมีคืออะไร

Chemical Protective Clothing : CPC หรือ ชุดป้องกันสารเคมี คือชุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันร่างกายของผู้ใช้งานไม่ให้ร่างกายสัมผัสกับวัสดุที่อาจจะเป็นอันตรายต่อการสัมผัสไม่ว่าจะเพียงครั้งเดียวหรือมีโอกาสสัมผัสซ้ำๆ

ถ้าจะนิยามถึงชุดป้องกันสารเคมีเพิ่มเติมผมขอนำข้อมูลส่วนนี้จากหน่วยงานที่ได้รับความน่าเชื่อถือในระดับสากล “OSHA” โดยคู่มือทางเทคนิกของ OSHA หมวดที่ VIII บทที่ 1 กำหนดไว้ว่าชุดป้องกันสารเคมีเป็นอุปกรณ์ที่ “ป้องกันหรือแยกบุคคลจากอันตรายทางเคมี กายภาพ และชีวภาพที่อาจพบในระหว่างการดำเนินการ”

ในหลายกรณี การสัมผัสกับสารเคมีสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพและความปลอดภัยอย่างรุนแรง ในฐานะนายจ้างต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานของเราได้รับการปกป้องจากการสัมผัสสารเคมีทุกประเภท รวมทั้งจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันและควบคุมอันตรายที่เพียงพอ

สำหรับตัวชุดป้องกันสารเคมีมีหลากหลายประเภท วัสดุและการออกแบบชุดที่แตกต่างกันการเลือกใช้งานจึงต้องเลือกอย่างเฉพาะเจาะจง เนื่องจากวัสดุแต่ละประเภทมีความทนทานต่อสารเคมีบางชนิดเท่านั้น ต่อไปนี้คือตัวอย่างของวัสดุ และผมจะอธิบายเกี่ยวกับชุดอย่างละเอียดในหัวข้อถัดๆไปครับ

วัสดุทั่วไปของชุดป้องกันสารเคมี

  • Butyl Rubber หรือ ยางบิวทิล (ทนทานต่อการซึมผ่านของสารเคมีส่วนใหญ่ได้สูง) : สามารถใช้งานกับการทำงานที่ต้องสัมผัสกับตัวทำละลายอินทรีย์ปริมาณน้อยถึงมาก และสารพิษเฉียบพลันหรือวัสดุอันตราย / เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานกับเเอสเทอร์และคีโตน
  • Neoprene หรือ ยางพอลีคลอโรพรีน เป็นยางสังเคราะห์ที่มีสมบัติความแข็งแรงทางกลที่ดี มีคุณสมบัติต้านทานการติดไฟ และมีแรงยึดติดที่ดีควบคู่ไปกับการมีสมบัติการทนต่อสภาพอากาศ ความร้อน และน้ำมัน / วัสดุชนิดนี้เหมาะกับการใช้งานที่มีโอกาสสัมผัสกับกรดและสารกัดกร่อนบางชนิด
  • Nitrile หรือ ไนไตรล์ : ไนไตรล์ให้การปกป้องจากน้ำมัน จารบี ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม กรดและสารกัดกร่อนบางชนิด
  • PVC : โพลีไวนิลคลอไรด์ : พลาสติกสังเคราะห์ที่ทนทานต่อกรด ไขมัน และปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนส่วนใหญ่ได้ดีเยี่ยม ทนต่อการขัดถูได้ดี
  • Polyvinyl Alcohol (PVA) : โพลีไวนิลแอลกอฮอล์ เป็นเทอร์โมพลาสติกที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถย่อยสลายได้โดยวิธีชีวภาพและติดไฟได้คล้ายกระดาษ นอกจากนี้ยังสามารถละลายในน้ำได้ แต่คุณสมบัติเด่นคือการทนการซึมผ่านของก๊าสได้ถูก ทนต่อสารเคมีเช่น ตัวทำละลายอะโรมาติกและคลอรีน ได้ดีเยี่ยม
  • Viton® II : เป็นยางที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นที่รู้กันดีว่ายางชนิดนี้มีความสามารถในการทนทานต่อความร้อนได้ที่อุณหภูมิสูง  (400° F / 200° C) ทนทานต่อสารเคมี ทนทานต่อการออกซิเดชันในชั้นบรรยากาศและ ทนทานต่อแสงแดด ให้ความทนทานต่อสารเคมีอย่างดีเยี่ยมต่อตัวทำละลายคลอรีนและอะโรมาติก
  • SilverShield : เทคโนโลยีใหม่ในการป้องกันสารเคมี ด้วยกระบวนการผลิตแบบซ้อนทับตัววัสดุถึง 5 ชั้น แต่มีความบางเพียง 2.7 mil เท่านั้น สามารถป้องกันสารเคมีประเภทอินทรีย์ได้มากถึง 90%  มีความทนทานต่อสารเคมีโดยรวมในระดับสูงสุด

การเลือกชุดป้องกันอันตรายจากสารเคมีและชีวภาพ

เมื่อต้องเลือกชุดป้องกันสารเคมีที่เหมาะสมกับงาน ปัจจัยที่สำคัญสองประการที่ควรพิจารณาคือ 1.ความสามารถในการป้องกัน และ 2.ความสะดวกสบายของพนักงาน ชุดที่เลือกไม่ควรให้เพียงการป้องกันที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ผู้ใส่ควรสวมใส่สบายด้วย

การเลือกใช้งานชุดที่ไม่เหมาะสมเกินความจำเป็นของการใช้งานไม่เพียงจะส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ยังมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายของพนักงาน เนื่องจากชุดป้องกันสารเคมี (CPC) ที่ป้องกันระดับสูงขึ้น ส่วนมากจะใหญ่ หนัก และมีความซับซ้อนมากกว่า (ที่สำคัญแพงกว่า!!)

ในกระบวนการคัดเลือกชุดป้องกันสารเคมี บริษัทและองค์กรส่วนใหญ่จะพึ่งพามาตรฐานจาก European CE ที่จะช่วยในการบ่งชี้ถึงระดับของการป้องกันอันตรายจากสารเคมีของชุดที่ได้เลือกใช้ ตั้งแต่การฉีดพ่นละอองลอยจนถึงการป้องกันแก๊สทั้งหมด ในบทความนี้เราก็จะใช้มาตรฐานี้เป็นหลักเช่นกันครับ

มาตรฐาน CE คืออะไร

เครื่องหมาย CE ย่อมาจากคำในภาษาฝรั่งเศสว่า “Conformite Europeene ซึ่งมีความหมายเดียวกับคำใน ภาษาอังกฤษคือ “European Conformity” เดิมทีใช้เครื่องหมาย EC แต่ภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็นเครื่องหมาย CE อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2536

เครื่องหมาย CE ที่ปรากฏอยู่บนสินค้าเป็นเครื่องหมายที่แสดงการรับรองจากผู้ผลิต (Manufacturer’s Declaration) ว่าสินค้านั้น มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรป การมีเครื่องหมาย CE กำกับบนสินค้าจะทำให้สินค้านั้นสามารถวางจำหน่าย และสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีในเขตเศรษฐกิจยุโรป

สำหรับการเลือกชุดกันสารเคมีโดยใช้เกณฑ์การทดสอบของ CE จะช่วยให้คุณได้ชุดที่ได้รับรองมาตรฐานการป้องกันและความปลอดภัยสำหรับผู้สวมใส่อย่างแน่นอน โดยการทดสอบแต่ละชนิดมีรายละเอียดตังนี้ครับ

Type 1 EN 943-1 ชุดกันแก๊ส / Type 2 EN 943-1 ชุดกันแก๊ส

ข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพสำหรับชุดป้องกันสารเคมี ‘Gas tight’ (Type 1) และ ‘Non-gas-tight’ (ประเภท 2) ที่มีการระบายอากาศและไม่ระบายอากาศ

  • ประเภทที่ 1a: เครื่องช่วยหายใจแบบมีถังอากาศที่สวมใส่อยู่ด้านใน
  • ประเภทที่ 1b: เครื่องช่วยหายใจแบบมีถังอากาศสวมใส่ด้านนอก
  • ประเภทที่ 1c: การจ่ายอากาศผ่านระบบท่อลมอัด
  • ประเภทที่ 2: การระบายอากาศและแรงดันบวกโดยการจ่ายอากาศผ่านระบบท่อลมอัด

TYPE 3 EN 14605 Liquid Jet Suits

การกำหนดความต้านทานต่อการซึมผ่านของของเหลว โดยการทดสอบผ้า ตะเข็บ และข้อต่อด้วยแรงดันของเหลวด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูง เพื่อทดสอบว่าตะเข็บปิดสนิททุกส่วน โดยเฉพาะบริเวณที่การป้องกันน้อยสุดอย่างบริเวณศีรษะ

TYPE 4 EN 14605 Liquid Jet Suits

การหาค่าความต้านทานการซึมผ่าน โดยการพ่นสเปรย์ของของเหลว จำนวน 4 หัวฉีด เพื่อทดสอบแรงตึงผิวต่ำของของเหลวบนเสื้อผ้าทั้งผืน และเพื่อทดสอบความอิ่มตัวของเนื้อผ้า ผ้า ตะเข็บ และข้อต่อ กำลังทดสอบใน Type 4 จะต่างจาก Type 3 ในส่วนของชนิดที่ 3 ใช้แรงดันสูง และชนิดที่ 4 เป็นการพ่นของเหลวแบบไม่มีแรงดัน

TYPE 5 EN ISO 13982-1 Particulate Tight Suits

การหาค่าการรั่วไหลภายในของละอองลอยและอนุภาคของแข็ง สำหรับการทดสอบชนิดนี้ เป็นการพ่นฝุ่นสี โดยการทดสอบจะใช้ผู้ใช้งานจริงสวมชุดและวิ่งบนลู่วิ่ง (ซิ่งจะมีท่าวิ่ง 3 รูปแบบที่เปรียบเทียบเสมือนการทำงานจริงในชีวิตประจำวันในท่าทางที่ต่างกัน) เพื่อหาค่าความรั่วไหลของอนุภาคว่าสมารถเข้าสู่ชุดได้หรือไม่ ชุดที่ดีต้องต่อด้านการรั่วไหลได้ทั้งหมด

ชุดเก็บกู้สารเคมีอันตราย

หลักการประเมินเบื้องต้นสำหรับการเลือกชุดป้องกันสารเคมี

ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่านี้อาจจะไม่ใช่คำตอบที่แน่ชัดเกี่ยวกับวิธีเลือก แต่ขอแนะนำว่าขั้นตอนเบื้องต้นของการเลือกชุดป้องกันสารเคมีคือการประเมินสถานการณ์ของการทำงานจริง แล้วค่อยนำไปเลือกชนิดของชุดให้เหมาะสมโดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ร่างคำอธิบายรายละเอียดของงาน
  2. ดำเนินการประเมินอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น
  • ระบุอันตรายทั้งหมดที่อาจจะต้องมีการป้องกันสารเคมี รวมถึงรายชื่อสารเคมีที่เกี่ยวข้องจากเอกสาร SDS ปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนอันตรายทางกายภาพ เช่น การเสียดสี การฉีกขาด การเจาะ เปลวไฟ อุณหภูมิ และอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมหรือผลกระทบทางชีวภาพ
  • ตรวจสอบเอกสารข้อมูลความปลอดภัย และข้อมูลประกอบแหล่งอื่นๆ เพิ่มเติม

3. ระบุประเภทของการสัมผัสที่อาจจะเกิดขึ้น

  • ไอ แก๊ส หรือของเหลว
  • การต้องสัมผัสเป็นครั้งคราวหรือการป้องกันการกระเซ็ฯขอวสารเคมี
  • ประเมินระยะเวลาที่ผู้ใช่อาจสัมผัสกับสารเคมี

4. จดบันทึกผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการสูดดมหรือการสัมผัสทางผิวหนัง

  • ต้องคำนึงถึงการระคายเคืองหรือการกัดกร่อนของผัวหนังควบคู่ไปกับผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจะเกิดขึ้นกับร่างกายทั้งหมด

5.พิจารณาว่าการใช้ชุดป้องกันอาจก่อให้เกิดอันตรายใหม่หรือไม่

  • ตัวอย่างเช่น ชุดป้องกันสารเคมีที่ปิดสนิทสามารถทำให้ผู้ใช้งานเกิดความเครียดจากความร้อนในการสวมใส่ได้ ในขณะที่ถุงมือที่หนักเกินไปจะไปลดความคล่องแคล่วในการทำงาน และอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากอาจส่งผลให้เกิดความเมื่อยล้า

6. ประเมินองค์กรของคุณว่ามีเครื่องมือ ความรู้ และอุปกรณ์เพียงพอที่จะสนับสนุนการกำจัดสิ่งปนเปื้อนหรือไม่ ถ้าคำตอบคือไม่ การพิจารณาเลือกชุดแบบใช้แล้วทิ้งน่าจะเหมาะสมกว่า

7. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าชุดป้องกันสารเคมี หรืออุปกรณ์ที่ใช้ต้องได้รับการฝึกอบรม ฝึกซ้อมแนวทางปฏิบัติ และขั้นตอนที่เฉพาะเจาะจงหรือไม่

8.ตรวจสอบข้อกำหนดของผู้ผลิต หรือ ติดต่อตัวแทนจำหน่าย สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เข้าเกณฑ์การพิจารณา

การจัดเก็บและการบำรุงรักษาชุดป้องกันสารเคมี

สำหรับหัวข้อนี้จะพูดถึงบริษัทที่ได้เลือกซื้อชุดป้องกันสารเคมีที่สามารถทำความสะอาดและใช้ซ้ำได้ ส่วนถ้าการประเมินเบื้องต้นสรุปออกมาว่าบริษัทไม่มีทรัพยากรส่วนนี้การเลือกซื้อชุดที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งจะเหมาะสมกว่าครับ

สำหรับการจัดเก็บ OSHA ได้ระบุไว้ว่าการจัดเก็บอุปกรณ์ป้องกันสารเคมีต้องป้องกันความเสียหายหรือการทำงานผิดพลาดโดยการทำให่แน่ใจว่าอุปกรณ์ของคุณไม่ได้สัมผัสกับสารเหล่านี้

  • ฝุ่น
  • ความชื่น
  • แสงแดด
  • สารเคมีอันตราย
  • อุณหภูมิแบบสุดขั้ว

ส่วนขั้นตอนการจัดเก็บเราขอยกมาจากคำแนะนำของผู้ผลิตชุดป้องกันสารเคมีที่แนะนำผู้ใช้งานในการจัดเก็บที่เหมาะสม และนี้คือแนวทางการจัดเก็บครับ

  • ห้าม!! จัดเก็บอุปกรณ์ที่ปนเปื้อนในที่เดียวกับเสื้อผ้าทั่วไป หรือ วัสดุที่ไม่ปนเปื้อนสารเคมี
  • ควรจัดเก็บวัสดุปนเปื้อนในบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อป้องกันการสะสมของไอระเหยที่อาจหลุดออกจากวัสดุ
  • ควรระบุและจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ที่คล้ายกันในที่เดียวกัน เพื่อตอบสนองความสะดวกสบายในการใช้งานที่ชัดเจน
  • ชุดป้องกันสารเคมีควรพับหรือแขวนตามคำแนะนำของผู้ผลิต

สำหรับหลังการใช้งานและการบำรุงรักษาผู้ใช้ควรกำจัดเฉพาะสิ่งปนเปื้อนด้วยวิธีการทำความสะอาดที่ได้รับคำแนะนำจากผู้ผลิตเท่านั้น การซ่อมแซมหรือดัดแปลงใดๆ ควรทำโดยบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญและมีคุณสมบัติเหมาะสม เช่น ผู้ผลิต ตัวแทน หรือพนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมและผ่านการรับรองที่เหมาะสม

เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ :
* ทุกเนื้อหา และ ภาพประกอบของ Jorportoday ไม่มีการสงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด สามารถนำไปเผยแพร่ได้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เชิงพาณิชย์

** กรณีมีการคัดลอกบทความของเราไปส่วนใดส่วนหนึ่ง โปรดติดลิงค์กลับมาที่หน้านี้เพื่อให้เครดิตกับเรา

Ads.4

spot_imgspot_imgspot_imgspot_img

Ads.4

spot_imgspot_imgspot_imgspot_img

Similar Articles

FACEBOOK

Ads.3

spot_img

ติดต่อลงโฆษณา คลิก >

Ads

spot_img

Ads

spot_img

Update

ทัก inbox Facebook
no smoking sign
แจกฟรี!! ตัวอย่าง ป้ายห้ามสูบบุหรี่ ใครต้องการโหลดภาพแบบคมชัด ปลิ๊นภาพใหญ่ไม่แตก กด like กด share กดติดตาม แล้วส่งหลักฐานมาที่ inbox facebook ได้เลยนะ
Ergonomics of vision
Ergonomics of vision. Turns of the head, pupils, optimal viewing angles. Correct display distance. Dashboard planning car plane.

Most Popular